ผู้สอน อาจารย์พงษ์ศักดิ์ ทิสานนท์
- ท่านอาจารย์ให้ดู powerpoint เกี่ยวกับ พรบ.การศึกษาแห่งชาติ 2548 มาตรา 48 โดยเน้นเกี่ยวกับ
1.การจัดให้โรงเรียนต้องมีระบบการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาโดยบทบาทของสพฐ.สพท.จะต้องมีหน้าที่ส่งเสริมให้สถานศึกษามี
2.ให้ถือว่าการประกันคุณภาพการศึกษาเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารการศึกษา
3.ต้องจัดทำรายงานประจำปีเสนอต่อต้นสังกัดและสาธารณชน
ความสำคัญของการประกันคุณภาพการศึกษา
-ทำให้ประชาชนได้รับข้อมูลคุณภาพที่น่าเชื่อถือ
-ป้องกันการจัดการศึกษาที่ไม่มีคุณภาพ
-ทำให้ผู้รับผิดชอบในการจัดการศึกษามุ่งบริหารจัดการศึกษาสู่คุณภาพและมาตรฐานอย่างจริงจัง
ระบบประกัน มี 3 ระบบ พัฒนา..ติดตาม....ประเมิน
แบ่งได้ 2 ประเภท ประกันคุณภาพภายใน,ประเมินคุณภาพนอก
ระบบการพัฒนาคุณภาพการศึกษาคือระบบที่สามารถบอกเป้าหมายสุดท้าย(คือมาตรฐานที่หน่วยงานต้นสังกัดกำหนด)
-การประกันคุณภาพภายใน เป้นการสร้างระบบและประเมินคุณภาพและมาตรฐานของสถานศึกษา
กระบวนการประกันฯ
1. วางแผนรวมกัน
2. ร่วมกันปฏิบัติ
3. ร่วมกันตรวจสอบ
4. ร่วมกันปรับปรุง
การประกันประเมินคุณภาพการศึกษามีทั้งข้อดีและข้อเสีย เช่น เป็นการประเมินแข่งขันกับตนเองแต่เมื่อโรงเรียนได้รับการรับรองแล้วกลับพบว่ามาตรฐานกับไม่เท่าเทียมกันจึงขาดความหน้าเชื่อถือ
วันพฤหัสบดีที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2553
วันพุธที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2553
บันทึกการเรียน วันที่ 17 มี.ค. 53
อาจารย์ไพบูลย์ ดิษสว่าง ผู้สอน
ท่านอาจารย์ให้ดูบทสัมภาษณ์ "เทศกาลปล่อยแสง2" นายสุทธิพงษ์ ธรรมวุฒิ ผู้ให้สัมภาษณ์ได้กล่าวถึงประสบการณ์ในการจัดทำรายการสารคดี ด้วยกลยุทธ์ของตนเองโดยยึดมั่นในรูปแบบความพยายามที่จะทำงานให้ประสบความสำเร็จในมุมมองของนักเรียนที่จนครู โดยการเปลี่ยนให้สื่อเป็นในเชิงธุรกิจเป็นสื่อที่อยู่บนความเป็นจริงบนพื้นฐานในมุมมองที่ถูกต้อง
เมื่อชมเสร็จท่านอาจารย์ถามนักศึกษาว่า
-สิ่งที่ดูมันเกี่ยวข้องกับการบริหารทรัพยากรทางการศึกษา ?
-การบริหารสิ่งที่มีอยู่ให้ลงตัวและเหมาะสมทำได้อย่างไร ?
-การทำงานให้มีคุณภาพโดยใช้เวลากว่าคนอื่นคืออะไร ?
-ไม่ได้เรียนทางนิเทศศาสตร์ เรียนสายครูก็มีปรัชญาความเชื่อรับผิดชอบทางสังคมได้ ท่านคิดอย่างไร ?
-คิดอย่างไรกับคำว่าที่ว่า มันเป็นรถไฟเที่ยวสุดท้ายถ้าไม่ทำก็จะทำงานเป็นลูกจ้างที่ดีของบริทัาต่อไป"
-ไม่ได้คิดโลภแต่ทำด้วยใจรักที่มีความสุขกับความจริง คุณเข้าใจว่าอย่างไร ?
-การประมาณตนเปรียบกับนักฟุตบอลอบต. ไม่ใช้นักฟุตบอลทีมชาติ ?
-การสร้างดอกผลให้กับสังคม คือ ...?
พอนักศึกษาร่วมกันอภิปรายกับคำถามข้างต้นแล้วท่านอาจารย์ก็ให้ชมข่าวของคุณยายไฮ ได้รับปริญญาบัตรรัฐศาสตร์จาก ม.รามฯ เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2553 ซึ่งยายไฮใช้วิธีการต่อสู่โดยใช้กระบวนการทางรัฐศาสตร์มากกว่า 32 ปี เปรียบเสมือนหนังสือที่มีชีวิต แล้วอาจารย์ให้ชมประวัติของยายไฮจากรายการคนค้นคน แล้วอาจารย์ได้ชี้ให้เห็นว่าระหว่างมุมมองระหว่างความเห็นแก่ตัวกับความยุติธรรมความชั่งน้ำหนักให้ดี บนความอดทนและความพยายามอันยาวนาน
ซึ่งนักศึกษาและอาจารย์ร่วมกับอภิปรายเกี่ยวกับกรณีศึกษาของยายไฮกับเหตุการณ์ในปัจจุบันโดยเน้นเกี่ยวกับการถ่ายทอดข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องประกอบกับการมองสถานการณ์ปัญหาในรอบด้านถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นก่อรตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่ง
อาจารย์ถามว่าถ้ามีครูในโรงเรียนสามารถสร้างสื่อชิ้นนี้และเราให้งบประมาณทั้งหมดเพื่อโอกาสครูท่านนี้สร้างสื่อชื้นนี้จะทำให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งใดบ้าง
ท่านอาจารย์ให้ดูบทสัมภาษณ์ "เทศกาลปล่อยแสง2" นายสุทธิพงษ์ ธรรมวุฒิ ผู้ให้สัมภาษณ์ได้กล่าวถึงประสบการณ์ในการจัดทำรายการสารคดี ด้วยกลยุทธ์ของตนเองโดยยึดมั่นในรูปแบบความพยายามที่จะทำงานให้ประสบความสำเร็จในมุมมองของนักเรียนที่จนครู โดยการเปลี่ยนให้สื่อเป็นในเชิงธุรกิจเป็นสื่อที่อยู่บนความเป็นจริงบนพื้นฐานในมุมมองที่ถูกต้อง
เมื่อชมเสร็จท่านอาจารย์ถามนักศึกษาว่า
-สิ่งที่ดูมันเกี่ยวข้องกับการบริหารทรัพยากรทางการศึกษา ?
-การบริหารสิ่งที่มีอยู่ให้ลงตัวและเหมาะสมทำได้อย่างไร ?
-การทำงานให้มีคุณภาพโดยใช้เวลากว่าคนอื่นคืออะไร ?
-ไม่ได้เรียนทางนิเทศศาสตร์ เรียนสายครูก็มีปรัชญาความเชื่อรับผิดชอบทางสังคมได้ ท่านคิดอย่างไร ?
-คิดอย่างไรกับคำว่าที่ว่า มันเป็นรถไฟเที่ยวสุดท้ายถ้าไม่ทำก็จะทำงานเป็นลูกจ้างที่ดีของบริทัาต่อไป"
-ไม่ได้คิดโลภแต่ทำด้วยใจรักที่มีความสุขกับความจริง คุณเข้าใจว่าอย่างไร ?
-การประมาณตนเปรียบกับนักฟุตบอลอบต. ไม่ใช้นักฟุตบอลทีมชาติ ?
-การสร้างดอกผลให้กับสังคม คือ ...?
พอนักศึกษาร่วมกันอภิปรายกับคำถามข้างต้นแล้วท่านอาจารย์ก็ให้ชมข่าวของคุณยายไฮ ได้รับปริญญาบัตรรัฐศาสตร์จาก ม.รามฯ เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2553 ซึ่งยายไฮใช้วิธีการต่อสู่โดยใช้กระบวนการทางรัฐศาสตร์มากกว่า 32 ปี เปรียบเสมือนหนังสือที่มีชีวิต แล้วอาจารย์ให้ชมประวัติของยายไฮจากรายการคนค้นคน แล้วอาจารย์ได้ชี้ให้เห็นว่าระหว่างมุมมองระหว่างความเห็นแก่ตัวกับความยุติธรรมความชั่งน้ำหนักให้ดี บนความอดทนและความพยายามอันยาวนาน
ซึ่งนักศึกษาและอาจารย์ร่วมกับอภิปรายเกี่ยวกับกรณีศึกษาของยายไฮกับเหตุการณ์ในปัจจุบันโดยเน้นเกี่ยวกับการถ่ายทอดข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องประกอบกับการมองสถานการณ์ปัญหาในรอบด้านถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นก่อรตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่ง
อาจารย์ถามว่าถ้ามีครูในโรงเรียนสามารถสร้างสื่อชิ้นนี้และเราให้งบประมาณทั้งหมดเพื่อโอกาสครูท่านนี้สร้างสื่อชื้นนี้จะทำให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งใดบ้าง
วันพฤหัสบดีที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2553
บันทึกการเรียน วันที่ 11 มี.ค. 53
ผู้สอน ท่านอาจารย์ทวีชัย คำภักดี
วันนี้ผมมาสายหน่อยจึงไม่ได้รับฟังการบรรยายของท่านอาจารย์ช่วงต้น ๆ แต่จับประเด็นได้ดังนี้
-การพัฒนาการจัดการเรียนการรู้ จะต้องขึ้นอยู่กับ
1. วิถีการจัดการเรียนรู้
2. การพัฒนานวัตกรรม
3. การวัดและประเมินผล
4. การวิจัยในชั้นเรียน
ดังนั้นผู้บริหารควรสนับสนุนให้ครูเกิดกระบวนการดังกล่าว โดยเน้นให้ครูได้ทำงานการเรียนการสอนอย่างจริงจังทั้ง 4 เรื่องนี้ ซึ่งจะพาให้โรงเรียนบรรลุตามเป้าหมาย
-การวัดการประเมิน คือกระบวนการสำคัญที่ครูต้องใส่ใจโดยมีผู้บริหารกำกับ ดังนั้นควรจัดตั้งกรรมการบริหารหลักสูตรเพื่อโดยต้องปฏิบัติตามระเบียบการวัดผลประเมินผลภายใต้การกำกับดูแลของผู้บริหาร
-การดำเนินการประกันคุณภาพภายใน ผู้บริหารจะต้องดูที่มาตรฐาน โครงการ แล้วตรวจสอบประเมินเป็นระยะก็จะเห็นความก้าวหน้าของโครงการ ซึ่งอยู่ในวงจรการพัฒนาแบบ PDCA ซึ่งสามารถนำมาเขียนรายงาน SAR
-การพัฒนาศักยภาพการเรียนของผู้เรียนควรดำเนินการจัดกลุ่มเด็กเก่ง กลาง อ่อน
-จัดทำหลักสูตรสถานศึกษา ควรพิจารณาถึงความสำคัญของชุมชนเป็นหลักและการนำหลักสูตรไปใช้เป็นการแปลงเจตนาให้ผู้เรียนมีคุณลักษณะที่เหมาะสม โดยจะต้องอยู่ภายใต้มาตรฐาน KPI ที่กำหนดขึ้น
- ช่วงพักเบรค รองภานุมาศได้พูดคุยเกี่ยวกับสถานที่สัมมนาหากไประเบียงแก้ว ค่าใช้จ่ายสูงสุดไม่เกิน 600 บาท ขึ้นอยู่ข้อตกลงและรายละเอียดของการสัมมนา จากการพูดคุยที่ที่ประชุมนักศึกษามอบหมายให้คณะของรองภานุมาศดำเนินการจัดหลักสูตร กำหนดการสัมมนาและติดต่อวิทยากร แล้วนำเสนอคณะในสัปดาห์หน้า
-ช่วงหลังท่านอาจารย์ได้บรรยายถึงการพัฒนาหลักสูตรซึ่งต้องคำนึงถึง ข้อมูล,จุดหมาย,ผู้เรียน,ทุกฝ่ายที่มีส่วนร่วม แต่ในปัจจัยอาจจะมีปัญหาบางเช่นขาดความร่วมมือจากชุมนุนแต่อย่างไรก็ตามก็ต้องทำเพื่อให้เอื้อให้ผู้เรียนซึ่งจะสะท้องความรู้สึกของการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับโรงเรียน ชุมชนยอมรับและเข้าใจตรงกับทุกขั้นตอน จะทำให้เกิดตัวแทนเข้าร่วมกับการปรับปรุงจนเกิดแนวทางขัอมูลย้อนกับมาใช้ประโยชน์ด้วยการประชาสัมพันธ์จากข้อสรุปของผู้ปฏิบัติงานซึ่งจะนำไปสู่การระดมทรัพยากรในท้องถิ่น
-องค์ประกอบที่สำคัญของหลักสูตร
1.หลักการ
2.จุดหมาย
3.โครงสร้าง
4.แนวทางดำเนินการ(กระบวนการเรียนการสอน)
5.การวัดผลประเมินผล
-ความสำคัญของหลักสูตร
1.เป็นเครื่องมือในการจัดการศึกษา
2.บรรลุตามจุดหมายที่วางไว้
3.สร้างลักษณะอันพึ่งประสงค์
4....
วันนี้ผมมาสายหน่อยจึงไม่ได้รับฟังการบรรยายของท่านอาจารย์ช่วงต้น ๆ แต่จับประเด็นได้ดังนี้
-การพัฒนาการจัดการเรียนการรู้ จะต้องขึ้นอยู่กับ
1. วิถีการจัดการเรียนรู้
2. การพัฒนานวัตกรรม
3. การวัดและประเมินผล
4. การวิจัยในชั้นเรียน
ดังนั้นผู้บริหารควรสนับสนุนให้ครูเกิดกระบวนการดังกล่าว โดยเน้นให้ครูได้ทำงานการเรียนการสอนอย่างจริงจังทั้ง 4 เรื่องนี้ ซึ่งจะพาให้โรงเรียนบรรลุตามเป้าหมาย
-การวัดการประเมิน คือกระบวนการสำคัญที่ครูต้องใส่ใจโดยมีผู้บริหารกำกับ ดังนั้นควรจัดตั้งกรรมการบริหารหลักสูตรเพื่อโดยต้องปฏิบัติตามระเบียบการวัดผลประเมินผลภายใต้การกำกับดูแลของผู้บริหาร
-การดำเนินการประกันคุณภาพภายใน ผู้บริหารจะต้องดูที่มาตรฐาน โครงการ แล้วตรวจสอบประเมินเป็นระยะก็จะเห็นความก้าวหน้าของโครงการ ซึ่งอยู่ในวงจรการพัฒนาแบบ PDCA ซึ่งสามารถนำมาเขียนรายงาน SAR
-การพัฒนาศักยภาพการเรียนของผู้เรียนควรดำเนินการจัดกลุ่มเด็กเก่ง กลาง อ่อน
-จัดทำหลักสูตรสถานศึกษา ควรพิจารณาถึงความสำคัญของชุมชนเป็นหลักและการนำหลักสูตรไปใช้เป็นการแปลงเจตนาให้ผู้เรียนมีคุณลักษณะที่เหมาะสม โดยจะต้องอยู่ภายใต้มาตรฐาน KPI ที่กำหนดขึ้น
- ช่วงพักเบรค รองภานุมาศได้พูดคุยเกี่ยวกับสถานที่สัมมนาหากไประเบียงแก้ว ค่าใช้จ่ายสูงสุดไม่เกิน 600 บาท ขึ้นอยู่ข้อตกลงและรายละเอียดของการสัมมนา จากการพูดคุยที่ที่ประชุมนักศึกษามอบหมายให้คณะของรองภานุมาศดำเนินการจัดหลักสูตร กำหนดการสัมมนาและติดต่อวิทยากร แล้วนำเสนอคณะในสัปดาห์หน้า
-ช่วงหลังท่านอาจารย์ได้บรรยายถึงการพัฒนาหลักสูตรซึ่งต้องคำนึงถึง ข้อมูล,จุดหมาย,ผู้เรียน,ทุกฝ่ายที่มีส่วนร่วม แต่ในปัจจัยอาจจะมีปัญหาบางเช่นขาดความร่วมมือจากชุมนุนแต่อย่างไรก็ตามก็ต้องทำเพื่อให้เอื้อให้ผู้เรียนซึ่งจะสะท้องความรู้สึกของการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับโรงเรียน ชุมชนยอมรับและเข้าใจตรงกับทุกขั้นตอน จะทำให้เกิดตัวแทนเข้าร่วมกับการปรับปรุงจนเกิดแนวทางขัอมูลย้อนกับมาใช้ประโยชน์ด้วยการประชาสัมพันธ์จากข้อสรุปของผู้ปฏิบัติงานซึ่งจะนำไปสู่การระดมทรัพยากรในท้องถิ่น
-องค์ประกอบที่สำคัญของหลักสูตร
1.หลักการ
2.จุดหมาย
3.โครงสร้าง
4.แนวทางดำเนินการ(กระบวนการเรียนการสอน)
5.การวัดผลประเมินผล
-ความสำคัญของหลักสูตร
1.เป็นเครื่องมือในการจัดการศึกษา
2.บรรลุตามจุดหมายที่วางไว้
3.สร้างลักษณะอันพึ่งประสงค์
4....
นำเสนอสถานที่สัมมนาวันที่ 31 มี.ค. 53
เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2553 โรงเรียนเมืองมุกวิทยาคมได้จัดอบรมครูภูมิปัญญาท้องถิ่น ณ ระเบียงแก้ว มุกดาหาร จึงมีโอกาสถ่ายรูปบรรยากาศรอบ ๆ มาให้พี่น้องนักศึกษา ได้ดูเพราะถ้าเราจะจัดสัมมนาที่นี้ราคาก็ได้แพง ลองดูรูปภาพประกอบคำบรรยายแล้วกัน
ด้านหลังเป็นสำนักสงฆ์ ติดภูมโนรมย์
วันพุธที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2553
บันทึกการเรียน วันที่ 10 มี.ค. 53
ผู้สอน อาจารย์พงษ์ศักดิ์ ทิสานนท์
- ท่านอาจารย์แนะนำ อาจารย์ ดร.อำนาจ ศรีแสน ซึ่งจะมาเป็นอาจารย์คนใหม่จะมาช่วยสอนนักศึกษาในภาคเรียนนี้...
- ท่านอาจารย์ให้ดู powerpoint เกี่ยวกับการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง(2552-2561)
สำหรับประเทศไทยเริ่มปฏิรูป มาประมาณ 853 ปี ซึ่งการศึกษาคือการสอนคน ถ้าคนที่ไม่ได้สอนคนจะเรียกว่า บริการการศึกษา(สำนักงานเขต) ประเทศไทยแบ่งออกเป็น 3 ยุค ได้แก่ ยุคสุโขทัย ถึง ต้นรัชการที่ 5 โดยอาศัยรูปการจัดการศึกษาโดยครอบครัว ไม่ใช่รัฐบาล โดยมีหลักสูตรเพียงอย่างเดียว เช่น ทอผ้า ทำกับข้าว ทำมีด ช่างทอง ช่างไม้ นอกจากนี้ยังมีวัดมีบทบาทในสมัยพ่อขุนรามคำแหง โดยเน้นที่หลักสูตรธรรมศึกษา
ตอนต้นรัชการที่ 5 เกิดการเปลี่ยนแปลงคือ มีการปกครองแบบศูนย์รวมรัฐ โดยพระเจ้าแผ่นดินเล็งเห็นว่าเมืองต่าง ๆ ไปทำข้อตกลงกับต่างชาติเช่น ฝรั่งเศษ พระองค์ทรงปรับปรุงแผ่นที่โดยจ้างชาวต่างชาติดำเนินการเพื่อแบ่งเขต(ซึ่งเป็นผลให้เกิดปัญหาจนถึงปัจจุบัน เพราะเครื่องมือวัดสมัยนั้นไม่ทันสมัย) ซึ่งส่งผลให้เจ้าเมืองต่าง ๆ เปลี่ยนเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด ยกเว้นเจ้าเมืองแพร่ จนทำให้เกิดกบฎเงี่ยว หลังจากนั้นมีการตั้งกระทรวง เกียว วัง คลัง นา ซึ่งประสพปัญหาว่าไม่ราชการปฏิบัติงานเพราะคนส่วนใหญ่สมัยนั้นเขียนหนังสือไม่เป็น ซึ่งเป็นที่มาของเหตุผลการตั้งโรงเรียนแห่ง คือ โรงเรียนวัดอินทาราม ปี 2427 พระองค์ทรงเสด็จประพาสต้น เพื่อให้ประชาชนได้ชมพระบารมี
จนปี 2540 - 2542 มีความคิดที่มุ่งเน้นการศึกษาเพื่อส่งคนเข้าสู่ภาคการผลิตเอกชน
ดังนั้นยุคแรกการศึกษามุ่งเน้นการประกอบอาชีพ(จัดโดยครอบครัว วัด) ต่อมายุคที่ 2 มุ่งเน้นให้คนได้ทำงานราชการ (จัดโดยรัฐบาล) และยุคสุดท้าย มุ่งเน้นการประกอบการภาคเอกชน (จัดโดยรัฐบาล เอกชน ที่หลากหลาย)
- ความสำเร็จของการปฏิรูปการศึกษาที่ผ่านมาปี 2542 คือ
1. การปรับโครงสร้างหน่วยงานให้มีเอกภาพ คือ กระทรวงศึกษา
2. การจัดระเบียบบริหารราชการแบบสพท.
3.การจัดตั้งสมศ.
4.การนำมหาวิทยาลัยออกนอกระบบ
-สิ่งต้องพัฒนา
ด้านพัฒนาผู้เรียน
1. สัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำ
2. โรงเรียนไม่ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 20.3
3. ผู้สำเร็จระดับอาชีวและอุดมศึกษามีความสามารภไม่ตรงกับความต้องการ
4. ผู้เรียนขาดความรู้พื้นฐานที่จำเป็น(ภาษาไทย,คณิตศาสตร์)
ด้านการผลิตและพัฒนาครู คณาจารย์
1.ขาดครู
2.ครูสอนไม่ตรงวุฒิ
3.ไม่ได้คนดีคนเก่งมาเป็นครู
4.ขาดระบบพัฒนาครูที่มีประสิทธิภาพ
5.ขาดการดูแลเอาใจใส่ครูอย่างจริงจัง
ด้านประสิทธิภาพการบริหารจัดการ
1.การกระจายอำนาจให้ อปท. ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย
2.ขาดการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง
3.การศึกษาเอกชนมีจำนวนนักเรียนนักศึกษาน้อย(ประมาณร้อยละ 17 ของนร.ทั้งหมด)
การเพิ่มโอกาสทางการศึกษา
-ประชากร 3-17 ปีเข้ารับการศึกษาขั้นพื้นฐานร้อยละ 85.7
-เด็กประถมลดลง มัธยมเพิ่ม
- เด็กความต้องการพิเศษและอาชีวศึกษาเพิ่มขึ้น
- อุดมศึกษาเพิ่มขึ้นร้อยละ1.5
- ....
การผลิตและการพัฒนากำลังคน
1. ขาดแรงงานระดับกลาง
2. ผู้สำเร็จการศึกษขาดความรู้ทักษะที่จำเป็น
3. การผลิตบัณฑิตด้านสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์เกินความต้องการ
ด้านการเงินเพื่อการศึกษา
1. ด้อยประสิทธิภาพของการบริหารจัดการและการใช้ทรัพยากรเพื่อการศึกษา
2. กลไกของรัฐไม่เอื้อให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม
3.การระดมทุนจากทุกภาคส่วนมีน้อย
4.การจัดสรรงบประมาณไม่สัมพันธ์
5.ความตึงตัวของกฎระเบียบของรัฐ
6.ขาดแรงจูงใจในการพัฒนาประสิทธิภาพ
ด้านเทคโนโลยี
.
.
.
ด้านกฎหมายการศึกษา
1.กระบวนการออกกฎหมายยังไม่ครบ
2.การบังคับใช้กฎหมายขาดประสิทธฺภาพ
3.การจัดการศึกษายังขาดการรับรอง
4.การบังคับใช้กฎหมายเน้นการปฏิรูปโครงสร้าง
ด้านการศึกษาตลอดชีพ นอกระบบและตามอัธยาศัย
......
หลักการและกรอบแนวคิดในการปฏิรูปรอบสอง
-เน้นการปฏิรูประบบการศึกษาและการเรียนรู้(ระบบการศึกษาคือหลักสูตร การเรียนรู้ คือวิธีการเรียน)
-ต้องมีกลไกที่ก่อให้เกิดการเรียนรู้อย่างเป้นระบบ
-จะต้องถือว่าการปฎิรูปการศึกษาเชื่อมโยงกับการพัฒนาประเทศ
วิสัยทัศน์
คนไทยได้เรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ
เป้าหมาย 2561
-พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาและการเรียนรู้ของคนไทย
-เพิ่มโอกาสทางการศึกษาและการเรียนรู้
-ส่งเสริมการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน
คุณลักษณะของคนไทยทีต้องการ
-คนไทยต้องเป็นคนใฝ่รู้ตลอดชีวิต
-สามารถสื่อสาร คิด วิเคราะห์และคิดริเริ่มสร้างสรรค์
-มีจิตสาธารณะ มีวินัย สามารถทำงานเป็นกลุ่ม
-มีศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม มีจิตสำนึกความเป็นไทยและสามารถก้าวทันโลก
-นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น
-กำลังแรงงานมีการเรียนรู้ตลอดชีวิต มีประสิทธิภาพ
-เด็กก่อนวัยเรียนได้รับการพัฒนาและเตรียมความพร้อมในการเรียนระดับสูง
-ผู้ด้อยโอกาส ยากไร้ พิการหรือทุพลภาค ฯลฯ ได้รับการบริการที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึงและมีคุณภาพ
กรอบแนวทางการปฏิรูป
-พัฒนาคุณภาพคนไทยยุคใหม่(ดังคุณลักษณะข้างต้น)
แนวทางปฏิรูป
-พัฒนาคุณภาพการศึกษาและการเรียนรู้ โดย
1. พัฒนาระบบการเรียนการวัดผล
2. แก้ปัญหาและพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาขนาดเล็กและสถานศึกษาด้อยคุณภาพ
3. ส่งเสริมบทบาทของครอบครัวในการพัฒนาการเรียนรู้ของเด็ก
4. พัฒนาเด้กก่อนวัยเรียนให้ความรู้แก่ผุ้ปกครอง
5. จัดหลักสูตร ที่เอื้อต่อการพัฒนานักเรียนรอบด้าน
6. พัฒนาระบบประกันคุณภาพ
7. พัฒนาคุณภาพอาชีว
8. จัดกลุ่มอุดมศึกษาตามระดับคุณภาพ
9. ส่งเสริมอนุรักษ์ภาษาไทยควบคู่ภาษาสากล
10. พัฒนาเทคโนโลยีทางการศึกษา รวมทั้งเนื้อหาวิชาที่เหมาะในการเรียนรู้
- ผลิตและพัฒนากำลังคนที่มีคุณภาพ
1. (NQF) พัฒนามารฐานคุณวุฒิแห่งชาติ
2. จัดการชีวเน้นปฏิบัติ
3. พัฒนาระบบเตรียมความพร้อมการแนะแนวอาชีพ
4. พัฒนาหลักสูตรต่อยอดการศึกษาภาคบังคับ
5. จัดตั้งอาชีวศึกษาตามกลุ่มจังหวัด
6. สร้างกลไกลการวิจัยและการถ่ายทอดเทคโนโลยี
7. กำหนดทิศทางความต้องการกำลังคน
-พัฒนาคุณภาพครู (ครู คือ ผู้เอื้ออำนวยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ เป็นคนเก่ง ดี มีใจรักในอาชีพ)
1.ปรับปรุงระเบียบการครู
2.สถาบันผลิตครูเน้นความเป้นเลิศ
3.....
- การพัฒนาครู..
- การใช้ครู ...
1.คืนครูให้แก่นักเรียน
2. ปรับปรุงเกณฑ์กำหนดอัตราครู
3. แยกบัญชีเงินเดือนและวิทยฐานะของข้าราชการครูออกจากกัน
-พัฒนาคุณภาพสถานศึกษา
-พัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการแบบใหม่
-พัฒนาระบบธรรมาภิบาลให้มีความโปร่งใส
-พัฒนาการบริหารเพื่อเพิ่มโอกาสการเรียน
-พัฒนาระบบการสนับสนุนให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา
-พัฒนาระบบบริหารจัดการทรัพยากร
1.ปรับปรุงระบบการบริหารจัดการด้านการเงินและงบประมาณเน้นอุปสงค์(demand side)
2.วางแผนและขั้นตอนและจัดระบบการบริหารควบรวมสถานศึกษาขนาดเล็ก
3. จัดสรรงบประมาณโดยคำนึงถึงความแตกต่าง
4. ส่งให้ อปท. มีส่วนในการจัดการศึกษาให้มากขึ้น
5....................
- ท่านอาจารย์แนะนำ อาจารย์ ดร.อำนาจ ศรีแสน ซึ่งจะมาเป็นอาจารย์คนใหม่จะมาช่วยสอนนักศึกษาในภาคเรียนนี้...
- ท่านอาจารย์ให้ดู powerpoint เกี่ยวกับการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง(2552-2561)
สำหรับประเทศไทยเริ่มปฏิรูป มาประมาณ 853 ปี ซึ่งการศึกษาคือการสอนคน ถ้าคนที่ไม่ได้สอนคนจะเรียกว่า บริการการศึกษา(สำนักงานเขต) ประเทศไทยแบ่งออกเป็น 3 ยุค ได้แก่ ยุคสุโขทัย ถึง ต้นรัชการที่ 5 โดยอาศัยรูปการจัดการศึกษาโดยครอบครัว ไม่ใช่รัฐบาล โดยมีหลักสูตรเพียงอย่างเดียว เช่น ทอผ้า ทำกับข้าว ทำมีด ช่างทอง ช่างไม้ นอกจากนี้ยังมีวัดมีบทบาทในสมัยพ่อขุนรามคำแหง โดยเน้นที่หลักสูตรธรรมศึกษา
ตอนต้นรัชการที่ 5 เกิดการเปลี่ยนแปลงคือ มีการปกครองแบบศูนย์รวมรัฐ โดยพระเจ้าแผ่นดินเล็งเห็นว่าเมืองต่าง ๆ ไปทำข้อตกลงกับต่างชาติเช่น ฝรั่งเศษ พระองค์ทรงปรับปรุงแผ่นที่โดยจ้างชาวต่างชาติดำเนินการเพื่อแบ่งเขต(ซึ่งเป็นผลให้เกิดปัญหาจนถึงปัจจุบัน เพราะเครื่องมือวัดสมัยนั้นไม่ทันสมัย) ซึ่งส่งผลให้เจ้าเมืองต่าง ๆ เปลี่ยนเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด ยกเว้นเจ้าเมืองแพร่ จนทำให้เกิดกบฎเงี่ยว หลังจากนั้นมีการตั้งกระทรวง เกียว วัง คลัง นา ซึ่งประสพปัญหาว่าไม่ราชการปฏิบัติงานเพราะคนส่วนใหญ่สมัยนั้นเขียนหนังสือไม่เป็น ซึ่งเป็นที่มาของเหตุผลการตั้งโรงเรียนแห่ง คือ โรงเรียนวัดอินทาราม ปี 2427 พระองค์ทรงเสด็จประพาสต้น เพื่อให้ประชาชนได้ชมพระบารมี
จนปี 2540 - 2542 มีความคิดที่มุ่งเน้นการศึกษาเพื่อส่งคนเข้าสู่ภาคการผลิตเอกชน
ดังนั้นยุคแรกการศึกษามุ่งเน้นการประกอบอาชีพ(จัดโดยครอบครัว วัด) ต่อมายุคที่ 2 มุ่งเน้นให้คนได้ทำงานราชการ (จัดโดยรัฐบาล) และยุคสุดท้าย มุ่งเน้นการประกอบการภาคเอกชน (จัดโดยรัฐบาล เอกชน ที่หลากหลาย)
- ความสำเร็จของการปฏิรูปการศึกษาที่ผ่านมาปี 2542 คือ
1. การปรับโครงสร้างหน่วยงานให้มีเอกภาพ คือ กระทรวงศึกษา
2. การจัดระเบียบบริหารราชการแบบสพท.
3.การจัดตั้งสมศ.
4.การนำมหาวิทยาลัยออกนอกระบบ
-สิ่งต้องพัฒนา
ด้านพัฒนาผู้เรียน
1. สัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำ
2. โรงเรียนไม่ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 20.3
3. ผู้สำเร็จระดับอาชีวและอุดมศึกษามีความสามารภไม่ตรงกับความต้องการ
4. ผู้เรียนขาดความรู้พื้นฐานที่จำเป็น(ภาษาไทย,คณิตศาสตร์)
ด้านการผลิตและพัฒนาครู คณาจารย์
1.ขาดครู
2.ครูสอนไม่ตรงวุฒิ
3.ไม่ได้คนดีคนเก่งมาเป็นครู
4.ขาดระบบพัฒนาครูที่มีประสิทธิภาพ
5.ขาดการดูแลเอาใจใส่ครูอย่างจริงจัง
ด้านประสิทธิภาพการบริหารจัดการ
1.การกระจายอำนาจให้ อปท. ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย
2.ขาดการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง
3.การศึกษาเอกชนมีจำนวนนักเรียนนักศึกษาน้อย(ประมาณร้อยละ 17 ของนร.ทั้งหมด)
การเพิ่มโอกาสทางการศึกษา
-ประชากร 3-17 ปีเข้ารับการศึกษาขั้นพื้นฐานร้อยละ 85.7
-เด็กประถมลดลง มัธยมเพิ่ม
- เด็กความต้องการพิเศษและอาชีวศึกษาเพิ่มขึ้น
- อุดมศึกษาเพิ่มขึ้นร้อยละ1.5
- ....
การผลิตและการพัฒนากำลังคน
1. ขาดแรงงานระดับกลาง
2. ผู้สำเร็จการศึกษขาดความรู้ทักษะที่จำเป็น
3. การผลิตบัณฑิตด้านสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์เกินความต้องการ
ด้านการเงินเพื่อการศึกษา
1. ด้อยประสิทธิภาพของการบริหารจัดการและการใช้ทรัพยากรเพื่อการศึกษา
2. กลไกของรัฐไม่เอื้อให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม
3.การระดมทุนจากทุกภาคส่วนมีน้อย
4.การจัดสรรงบประมาณไม่สัมพันธ์
5.ความตึงตัวของกฎระเบียบของรัฐ
6.ขาดแรงจูงใจในการพัฒนาประสิทธิภาพ
ด้านเทคโนโลยี
.
.
.
ด้านกฎหมายการศึกษา
1.กระบวนการออกกฎหมายยังไม่ครบ
2.การบังคับใช้กฎหมายขาดประสิทธฺภาพ
3.การจัดการศึกษายังขาดการรับรอง
4.การบังคับใช้กฎหมายเน้นการปฏิรูปโครงสร้าง
ด้านการศึกษาตลอดชีพ นอกระบบและตามอัธยาศัย
......
หลักการและกรอบแนวคิดในการปฏิรูปรอบสอง
-เน้นการปฏิรูประบบการศึกษาและการเรียนรู้(ระบบการศึกษาคือหลักสูตร การเรียนรู้ คือวิธีการเรียน)
-ต้องมีกลไกที่ก่อให้เกิดการเรียนรู้อย่างเป้นระบบ
-จะต้องถือว่าการปฎิรูปการศึกษาเชื่อมโยงกับการพัฒนาประเทศ
วิสัยทัศน์
คนไทยได้เรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ
เป้าหมาย 2561
-พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาและการเรียนรู้ของคนไทย
-เพิ่มโอกาสทางการศึกษาและการเรียนรู้
-ส่งเสริมการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน
คุณลักษณะของคนไทยทีต้องการ
-คนไทยต้องเป็นคนใฝ่รู้ตลอดชีวิต
-สามารถสื่อสาร คิด วิเคราะห์และคิดริเริ่มสร้างสรรค์
-มีจิตสาธารณะ มีวินัย สามารถทำงานเป็นกลุ่ม
-มีศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม มีจิตสำนึกความเป็นไทยและสามารถก้าวทันโลก
-นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น
-กำลังแรงงานมีการเรียนรู้ตลอดชีวิต มีประสิทธิภาพ
-เด็กก่อนวัยเรียนได้รับการพัฒนาและเตรียมความพร้อมในการเรียนระดับสูง
-ผู้ด้อยโอกาส ยากไร้ พิการหรือทุพลภาค ฯลฯ ได้รับการบริการที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึงและมีคุณภาพ
กรอบแนวทางการปฏิรูป
-พัฒนาคุณภาพคนไทยยุคใหม่(ดังคุณลักษณะข้างต้น)
แนวทางปฏิรูป
-พัฒนาคุณภาพการศึกษาและการเรียนรู้ โดย
1. พัฒนาระบบการเรียนการวัดผล
2. แก้ปัญหาและพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาขนาดเล็กและสถานศึกษาด้อยคุณภาพ
3. ส่งเสริมบทบาทของครอบครัวในการพัฒนาการเรียนรู้ของเด็ก
4. พัฒนาเด้กก่อนวัยเรียนให้ความรู้แก่ผุ้ปกครอง
5. จัดหลักสูตร ที่เอื้อต่อการพัฒนานักเรียนรอบด้าน
6. พัฒนาระบบประกันคุณภาพ
7. พัฒนาคุณภาพอาชีว
8. จัดกลุ่มอุดมศึกษาตามระดับคุณภาพ
9. ส่งเสริมอนุรักษ์ภาษาไทยควบคู่ภาษาสากล
10. พัฒนาเทคโนโลยีทางการศึกษา รวมทั้งเนื้อหาวิชาที่เหมาะในการเรียนรู้
- ผลิตและพัฒนากำลังคนที่มีคุณภาพ
1. (NQF) พัฒนามารฐานคุณวุฒิแห่งชาติ
2. จัดการชีวเน้นปฏิบัติ
3. พัฒนาระบบเตรียมความพร้อมการแนะแนวอาชีพ
4. พัฒนาหลักสูตรต่อยอดการศึกษาภาคบังคับ
5. จัดตั้งอาชีวศึกษาตามกลุ่มจังหวัด
6. สร้างกลไกลการวิจัยและการถ่ายทอดเทคโนโลยี
7. กำหนดทิศทางความต้องการกำลังคน
-พัฒนาคุณภาพครู (ครู คือ ผู้เอื้ออำนวยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ เป็นคนเก่ง ดี มีใจรักในอาชีพ)
1.ปรับปรุงระเบียบการครู
2.สถาบันผลิตครูเน้นความเป้นเลิศ
3.....
- การพัฒนาครู..
- การใช้ครู ...
1.คืนครูให้แก่นักเรียน
2. ปรับปรุงเกณฑ์กำหนดอัตราครู
3. แยกบัญชีเงินเดือนและวิทยฐานะของข้าราชการครูออกจากกัน
-พัฒนาคุณภาพสถานศึกษา
-พัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการแบบใหม่
-พัฒนาระบบธรรมาภิบาลให้มีความโปร่งใส
-พัฒนาการบริหารเพื่อเพิ่มโอกาสการเรียน
-พัฒนาระบบการสนับสนุนให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา
-พัฒนาระบบบริหารจัดการทรัพยากร
1.ปรับปรุงระบบการบริหารจัดการด้านการเงินและงบประมาณเน้นอุปสงค์(demand side)
2.วางแผนและขั้นตอนและจัดระบบการบริหารควบรวมสถานศึกษาขนาดเล็ก
3. จัดสรรงบประมาณโดยคำนึงถึงความแตกต่าง
4. ส่งให้ อปท. มีส่วนในการจัดการศึกษาให้มากขึ้น
5....................
วันพฤหัสบดีที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2553
บันทึกการเรียน 4 มี.ค.53
อาจารย์ไพบูลย์ ดิษสว่าง ผู้สอน
-อาจารย์ให้จัดรูปแบบการสอนโดยให้นั่งแบบโต๊ะประชุม โดยท่านอาจารย์ได้กล่าวถึง การชมวีดีโอเรื่อง เทวดาท่าจะบ๊อง ภาค 1 ซึ่งเปรียบเทียบองค์กรและผู้นำกับตัวแสดงเอก ที่มีลักษณะการแก้ปัญหาในองค์กรโดยเริ่มจากสิ่งที่ไม่รู้ ซึ่งผู้บริหารมักจะกล่าวต่อคนในองค์กรว่าเราเริ่มจากศูนย์ แต่ตามสภาพจริงองค์กรอาจจะเริ่มจาก -1 ... ดังนั้นให้นักศึกษาทุกคนควรมองปัญหาให้ชัดเจนซึ่งจะนำมาซึ่งการพัฒนาองค์กรอย่างถูกทิศทาง
- และจากการสัมมนาที่ผ่านมา ให้นักศึกษาทุกท่านเขียนรายงานเชิงเปรียนเทียบรูปการจัดการศึกษา และรวบรวมข้อมูลเป็นบทคล้ายการทำวิจัย หรือการเขียนวรรณกรรม พร้อมทั้งกล่าวถึงวิธีการดำเนินงานตั้งแต่เริ่มต้นจนสำเร็จ ลุล่วงไหด้วยดี บทที่4 อภิปรายผล ควรแสดงความคิดให้และสิ่งที่ได้จากการสัมมนา พร้อมหลอมรวมเรื่องราวจากนักศึกษาทั้ง 26 คน
- การนำเสนอให้ติดรูปภาพ รวบรวมเป็นเรื่อง ๆ โดยเน้นสาระที่สำคัญเป็นหมวดหมู่ เป็นภาคผนวก แล้วนำเสนอเป็นสไลด์ ที่สื่อให้เห็นภาพให้เข้าใจ ...
ดังนั้นเอกสารจะเป็น 5 เล่ม(เล่มละบท + ไฟล์ CD )
- สำหรับการทำงาน ครูภานุมาศ เสนอให้นักศึกษาแต่ละกลุ่มร่วมก้นทำงานแล้วนำมาเสนอต่อเพื่อนในวันเสาร์ หรืออาทิตย์ เพื่อรวบรวมวิเคราะห์ร่างพร้อมทั้งนำเสนอต่ออาจารย์ตรวจก่อนรวบส่งพิมพ์
- สำหรับการเรียนในเรียนช่วงเวลาช่วงเดือนเมษายน นั้นอาจารย์เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง
- อาจารย์กล่าวถึงกิจกรรมการบริหารการศึกษา นั้นนักศึกษาจะต้องกำหนดช่วงวันเวลาในการนำเสนองานตามที่อาจารย์ส่งเมลมาให้ ซึ่งควรใช้เวลาเต็มวันเพราะกลุ่มนำเสนอจะนำเสนอคราวเดียวทั้ง 10 กลุ่ม ซึ่งง่ายต่อการประเมินวัดผล
-สรุปงานที่นักศึกษาจะต้องทำกิจกรรมสำหรับนักศึกษาประกาศนียบัตร สาขาวิชาการบริหารการศึกษา กลุ่มในมหาวิทยาลัยราชภัฎกาฬสินธุ์
รายวิชาการบริหารทรัพยากรทางการศึกษา(Administration of Education Resources) รหัส EDA ๕๐๓
งานชิ้นที่ ๑ งานส่วนบุคคล เอกสารรายงานเป็นเล่ม ให้ศึกษาค้นคว้า เรื่อง การบริหารงานวิชาการในหน่วยงานของตนเอง ข้อตกลง กลุ่มลงมติรวบรวมส่งวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓
งานชิ้นที่ ๒ งานกลุ่ม ๆ ละ ๕-๖ คน กิจกรรมที่ต้องปฏิบัติคือ
๑. นำเสนอด้วย PowerPoint นำเสนอทุกคน
๒. เอกสารรายงานเป็นเล่ม ๑ เล่ม และ Document File เหมือนรูปเล่มจริงที่ส่ง
เรื่อง...การจัดการงานวิชาการ
เรื่อง...การจัดการงานบริการบุคคล
เรื่อง...การจัดการงานพัสดุ/คุรุภัณฑ์
เรื่อง...การจัดการงานการเงิน
เรื่อง...การจัดการงานธุรการ
เรื่อง...การจัดการงานอาคารสถานที่และสิ่งแวดล้อม
เรื่อง...การจัดการรงานกิจการนักเรียน
เรื่อง...การจัดการงานปกครอง
เรื่อง...เศรษฐศาสตร์กับการบริหารการศึกษา
เรื่อง...การจัดการงานทรัพยากรท้องถิ่น
หมายเหตุ ให้บริหารจัดการแบ่งกลุ่มกันเอง ถ้ากลุ่มใดไม่พร้อมนำเสนอในวันและเวลาดังกล่าวให้แจ้งและเปลี่ยนกันเอง ถ้าไม่ปฏิบัติตามถือว่าสละสิทธิ์ในการนำเสนอไม่มีวันอื่นให้แก้ตัว
งานชิ้นที่ ๓ ปฏิบัติตามภาระงาน เขียนเป็นโครงการสัมมนาทุกคนมีหน้าที่ทุกคน มีคำสั่งแต่งตั้งในกลุ่มย่อย มีประธาน กรรมการ เลขานุการและอื่นๆ ตามความเหมาะสม แบ่งกลุ่มใหญ่ ๒ กลุ่ม(ไม่ใช่ห้องเรียน แต่เป็นกลุ่มหน่วยงานหรือสังกัดก็ได้)
กลุ่มที่ ๑ จัดกิจกรรมในวันที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๕๓
กลุ่มที่ ๒ จัดกิจกรรมในวันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๕๓
งานชิ้นที่ ๔ ทำแบบฝึกหัดท้ายใบงาน แล้วรวบรวมส่งสุดท้าย วันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๓หมายเหตุ นักศึกษาต้องสื่อสารกับอาจารย์ไพบูลย์ ดิษสว่าง ทาง E-Mail ตลอดเวลาของภาคเรียนที่ ๓/๒๕๕๒ ตั้งแต่วันที่ ๑๓ กุมภาพันธุ์ ๒๕๕๓ ถึง วันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๕๓ แล้ว จะตอบในรูปแบบต่างๆ อาจเป็นภาพ สี เสียง แสงแล้วแต่กรณี เป็นคนๆ ก็ได้ เป็นกลุ่มๆ ก็ได้งานชิ้นที่ ๕ สอบปลายภาคเรียน วันที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๕๓
- หลังจากนั้นคณะนักศึกษาและอาจารย์ดำเนินการประชุมเพื่อหาข้อสรุปและแนวทางการจัดการเรียนการสอนเพื่อให้นักศึกษาได้มีส่วนร่วมในการจัดการเรียนการสอนในประเด็นของภาระงานที่นักศึกษาต้องนำเสนอมาจนนำไปสู่การหาข้อสรุปของการดำเนินงานชิ้นที่ 3 คณะนักศึกษาศูนย์คำสร้อยจะดำเนินการจัดโครงการสัมมนาเองโดยจะมีคณะกรรมการนำเสนอโครงการภายหลัง
- ส่วนการปรับตารางเรียนในช่วงฤดูร้อน(เมษายน นี้)อาจมีปัญหา เพราะไม่สามารถนำเวลาเรียนเป็นชั่วโมงเรียนที่ชดเชยเวลาปกติได้ ดังนั้นอาจเป็นการเพิ่มภาระแก่นักศึกษา
- ในส่วนการจัดสัมมนาทางคณะนักศึกษาเห็นรวมกันว่าควรจัดไปพร้อม ๆ กับการนำเสนองานชิ้นที่ 2( 10 กลุ่ม )ของอาจารย์ไพบูลย์ ควรจัดดำเนินการในวันที่ 31 มีนาคม 2553
- ในส่วนการดำเนินการสรุปผลการสัมมนาครั้งแรกให้นักศึกษาทุกคนมาร่วมสรุปในวันอาทิตย์ที่ 7 มีนาคม 2553 ณ โรงเรียนคำสร้อยพิทยาสรรค์ เวลา 8.30 น. เป็นต้นไป
- การแบ่งกลุ่มทำเอกสารสรุปการสัมมนา
กลุ่มคำสร้อย ........รับผิดชอบบทที่ 1
กลุ่มเมืองมุก.........รับผิดชอบบทที่ 2
กลุ่มยโสธร..........รับผิดชอบบทที่ 3
พร้อมนำเสนอในเวลาดังกล่าว
-อาจารย์ให้จัดรูปแบบการสอนโดยให้นั่งแบบโต๊ะประชุม โดยท่านอาจารย์ได้กล่าวถึง การชมวีดีโอเรื่อง เทวดาท่าจะบ๊อง ภาค 1 ซึ่งเปรียบเทียบองค์กรและผู้นำกับตัวแสดงเอก ที่มีลักษณะการแก้ปัญหาในองค์กรโดยเริ่มจากสิ่งที่ไม่รู้ ซึ่งผู้บริหารมักจะกล่าวต่อคนในองค์กรว่าเราเริ่มจากศูนย์ แต่ตามสภาพจริงองค์กรอาจจะเริ่มจาก -1 ... ดังนั้นให้นักศึกษาทุกคนควรมองปัญหาให้ชัดเจนซึ่งจะนำมาซึ่งการพัฒนาองค์กรอย่างถูกทิศทาง
- และจากการสัมมนาที่ผ่านมา ให้นักศึกษาทุกท่านเขียนรายงานเชิงเปรียนเทียบรูปการจัดการศึกษา และรวบรวมข้อมูลเป็นบทคล้ายการทำวิจัย หรือการเขียนวรรณกรรม พร้อมทั้งกล่าวถึงวิธีการดำเนินงานตั้งแต่เริ่มต้นจนสำเร็จ ลุล่วงไหด้วยดี บทที่4 อภิปรายผล ควรแสดงความคิดให้และสิ่งที่ได้จากการสัมมนา พร้อมหลอมรวมเรื่องราวจากนักศึกษาทั้ง 26 คน
- การนำเสนอให้ติดรูปภาพ รวบรวมเป็นเรื่อง ๆ โดยเน้นสาระที่สำคัญเป็นหมวดหมู่ เป็นภาคผนวก แล้วนำเสนอเป็นสไลด์ ที่สื่อให้เห็นภาพให้เข้าใจ ...
ดังนั้นเอกสารจะเป็น 5 เล่ม(เล่มละบท + ไฟล์ CD )
- สำหรับการทำงาน ครูภานุมาศ เสนอให้นักศึกษาแต่ละกลุ่มร่วมก้นทำงานแล้วนำมาเสนอต่อเพื่อนในวันเสาร์ หรืออาทิตย์ เพื่อรวบรวมวิเคราะห์ร่างพร้อมทั้งนำเสนอต่ออาจารย์ตรวจก่อนรวบส่งพิมพ์
- สำหรับการเรียนในเรียนช่วงเวลาช่วงเดือนเมษายน นั้นอาจารย์เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง
- อาจารย์กล่าวถึงกิจกรรมการบริหารการศึกษา นั้นนักศึกษาจะต้องกำหนดช่วงวันเวลาในการนำเสนองานตามที่อาจารย์ส่งเมลมาให้ ซึ่งควรใช้เวลาเต็มวันเพราะกลุ่มนำเสนอจะนำเสนอคราวเดียวทั้ง 10 กลุ่ม ซึ่งง่ายต่อการประเมินวัดผล
-สรุปงานที่นักศึกษาจะต้องทำกิจกรรมสำหรับนักศึกษาประกาศนียบัตร สาขาวิชาการบริหารการศึกษา กลุ่มในมหาวิทยาลัยราชภัฎกาฬสินธุ์
รายวิชาการบริหารทรัพยากรทางการศึกษา(Administration of Education Resources) รหัส EDA ๕๐๓
งานชิ้นที่ ๑ งานส่วนบุคคล เอกสารรายงานเป็นเล่ม ให้ศึกษาค้นคว้า เรื่อง การบริหารงานวิชาการในหน่วยงานของตนเอง ข้อตกลง กลุ่มลงมติรวบรวมส่งวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓
งานชิ้นที่ ๒ งานกลุ่ม ๆ ละ ๕-๖ คน กิจกรรมที่ต้องปฏิบัติคือ
๑. นำเสนอด้วย PowerPoint นำเสนอทุกคน
๒. เอกสารรายงานเป็นเล่ม ๑ เล่ม และ Document File เหมือนรูปเล่มจริงที่ส่ง
เรื่อง...การจัดการงานวิชาการ
เรื่อง...การจัดการงานบริการบุคคล
เรื่อง...การจัดการงานพัสดุ/คุรุภัณฑ์
เรื่อง...การจัดการงานการเงิน
เรื่อง...การจัดการงานธุรการ
เรื่อง...การจัดการงานอาคารสถานที่และสิ่งแวดล้อม
เรื่อง...การจัดการรงานกิจการนักเรียน
เรื่อง...การจัดการงานปกครอง
เรื่อง...เศรษฐศาสตร์กับการบริหารการศึกษา
เรื่อง...การจัดการงานทรัพยากรท้องถิ่น
หมายเหตุ ให้บริหารจัดการแบ่งกลุ่มกันเอง ถ้ากลุ่มใดไม่พร้อมนำเสนอในวันและเวลาดังกล่าวให้แจ้งและเปลี่ยนกันเอง ถ้าไม่ปฏิบัติตามถือว่าสละสิทธิ์ในการนำเสนอไม่มีวันอื่นให้แก้ตัว
งานชิ้นที่ ๓ ปฏิบัติตามภาระงาน เขียนเป็นโครงการสัมมนาทุกคนมีหน้าที่ทุกคน มีคำสั่งแต่งตั้งในกลุ่มย่อย มีประธาน กรรมการ เลขานุการและอื่นๆ ตามความเหมาะสม แบ่งกลุ่มใหญ่ ๒ กลุ่ม(ไม่ใช่ห้องเรียน แต่เป็นกลุ่มหน่วยงานหรือสังกัดก็ได้)
กลุ่มที่ ๑ จัดกิจกรรมในวันที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๕๓
กลุ่มที่ ๒ จัดกิจกรรมในวันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๕๓
งานชิ้นที่ ๔ ทำแบบฝึกหัดท้ายใบงาน แล้วรวบรวมส่งสุดท้าย วันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๓หมายเหตุ นักศึกษาต้องสื่อสารกับอาจารย์ไพบูลย์ ดิษสว่าง ทาง E-Mail ตลอดเวลาของภาคเรียนที่ ๓/๒๕๕๒ ตั้งแต่วันที่ ๑๓ กุมภาพันธุ์ ๒๕๕๓ ถึง วันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๕๓ แล้ว จะตอบในรูปแบบต่างๆ อาจเป็นภาพ สี เสียง แสงแล้วแต่กรณี เป็นคนๆ ก็ได้ เป็นกลุ่มๆ ก็ได้งานชิ้นที่ ๕ สอบปลายภาคเรียน วันที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๕๓
- หลังจากนั้นคณะนักศึกษาและอาจารย์ดำเนินการประชุมเพื่อหาข้อสรุปและแนวทางการจัดการเรียนการสอนเพื่อให้นักศึกษาได้มีส่วนร่วมในการจัดการเรียนการสอนในประเด็นของภาระงานที่นักศึกษาต้องนำเสนอมาจนนำไปสู่การหาข้อสรุปของการดำเนินงานชิ้นที่ 3 คณะนักศึกษาศูนย์คำสร้อยจะดำเนินการจัดโครงการสัมมนาเองโดยจะมีคณะกรรมการนำเสนอโครงการภายหลัง
- ส่วนการปรับตารางเรียนในช่วงฤดูร้อน(เมษายน นี้)อาจมีปัญหา เพราะไม่สามารถนำเวลาเรียนเป็นชั่วโมงเรียนที่ชดเชยเวลาปกติได้ ดังนั้นอาจเป็นการเพิ่มภาระแก่นักศึกษา
- ในส่วนการจัดสัมมนาทางคณะนักศึกษาเห็นรวมกันว่าควรจัดไปพร้อม ๆ กับการนำเสนองานชิ้นที่ 2( 10 กลุ่ม )ของอาจารย์ไพบูลย์ ควรจัดดำเนินการในวันที่ 31 มีนาคม 2553
- ในส่วนการดำเนินการสรุปผลการสัมมนาครั้งแรกให้นักศึกษาทุกคนมาร่วมสรุปในวันอาทิตย์ที่ 7 มีนาคม 2553 ณ โรงเรียนคำสร้อยพิทยาสรรค์ เวลา 8.30 น. เป็นต้นไป
- การแบ่งกลุ่มทำเอกสารสรุปการสัมมนา
กลุ่มคำสร้อย ........รับผิดชอบบทที่ 1
กลุ่มเมืองมุก.........รับผิดชอบบทที่ 2
กลุ่มยโสธร..........รับผิดชอบบทที่ 3
พร้อมนำเสนอในเวลาดังกล่าว
เปิดตัว blog สำหรับ นักศึกษาประกาศนียบัตรบัณฑิต สาขาการบริหารการศึกษา รุ่น 1(ศูนย์ ฯ นิคมคำสร้อย)
ขอเปิดตัว blogger สำหรับนักศึกษา ประกาศนียบัตร สาขาการบริหารการศึกษา รุ่นที่ 1 (ศูนย์ ฯ นิคมคำสร้อย) และครู อาจารย์ทุกท่าน โดย blogger นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรายงานความเคลื่อนไหวในการเรียนหลักสูตรป.บัณฑิต พร้อมทั้งเป็นอีกช่องทางในการแสดงความคิดเห็นของนักศึกษา ครู อาจารย์ และผู้ที่สนใจ เพื่อพัฒนาความคิด ความรู้ผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งจะนำไปสู่ความสำเร็จในการทำงานต่อไป.....
ขอให้นักศึกษาทุกคนช่วยกันโพสต์แนะนำตัว ด้วยครับ..
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
